ประวัติเลสเตอร์ซิตี้

ประวัติทีม เลสเตอร์ซิตี้ เรารวมข้อมูลมาให้ไว้ในที่นี่แล้ว

สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ซิตี้ (อังกฤษ: Leicester City Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ มีสนามเหย้า คือ คิงเพาเวอร์สเตเดียมในเมืองเลสเตอร์ ปัจจุบันเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกโดยเลื่อนชั้นในฐานะทีมที่ชนะเลิศจากฟุตบอลลีกแชมเปียนชิปในฤดูกาล 2013–14 ซึ่งเป็นการกลับมาเล่นในลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบทศวรรษ ในฤดูกาล 2015–16 เลสเตอร์ซิตีสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร

Leicester City Football Club is an English professional football club. There is a home stadium, King Power Stadium in Leicester. Currently playing in the Premier League by being promoted to the winning team from the Champions League football in the 2013–14 season, which is the first league play back in the decade in the 2015–16 season. Can win the Premier League for the first time in the club’s history

ประวัติของสโมสร เลสเตอร์ซิตี้

เลสเตอร์ซิตี้

สโมสรก่อตั้งในปี ค.ศ. 1884 โดยใช้ชื่อว่า เลสเตอร์ฟอสส์ (Leicester Fosse) โดยเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เรียนอยู่ในโรงเรียนโบสถ์ที่เคร่งครัด ลงขันกันเพื่อซื้อลูกฟุตบอลราคา 9 เพนนี มาเตะเล่น โดยการแข่งขันนัดแรกของสโมสร ตามที่บันทึกไว้ในหนังสือพิมพ์เดอะมิร์เรอร์ว่า เลสเตอร์ฟอสซี แข่งนัดแรก และเป็นฝ่ายชนะ ซิสตันฟอสส์ (Syston Fosse)

ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน โดยเล่นในสนามละแวกถนนฟอสส์ ชื่อ วิกตอเรียพาร์ก (Victoria Park) ที่แตกต่างไปจากสโมสรอื่น ๆ คือ เลสเตอร์ซิตีมีสนามเหย้าของตัวเองก่อนการประกาศก่อตั้งสโมสรอย่างเป็นทางการ เนื่องจากในปถัดมา คือ ค.ศ. 1886 เมื่อมีสมาชิกของสโมสรครบ 40 คน เลสเตอร์ซิตีจึงประกาศเป็นทางการว่าปี ค.ศ. 1886 เป็นปีก่อตั้งอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นเลสเตอร์ซิตีในปี ค.ศ. 1919

ต่อมาในปี ค.ศ. 1887 สโมสรมีเหตุจำเป็นที่ต้องย้ายไปสนามเบลเกรจโรดสปอร์ตส์ (Belgrave Road Sports) ก่อนที่ปีนั้นนั่นเอง สนามใหม่แห่งนี้ได้ตกเป็นของสหพันธ์รักบี้ ดังนั้นสโมสรจึงต้องย้ายตัวเองกลับไปวิกตอเรียพาร์กอีกครั้งหนึ่ง

ในปี ค.ศ. 1891 สโมสรจึงย้ายสนามมาที่ฟิลเบิร์ตสตรีท และใช้สนามนี้เป็นเวลา 111 ปี ก่อนที่จะมาย้ายสนามซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกันเป็นวอล์กเกอส์สเตเดียมในปี ค.ศ. 2002 และได้ทำการเปลี่ยนชื่อสนามมาเป็น เดอะคิงพาวเวอร์สเตเดียม ตามชื่อของกลุ่มบริษัทผู้ซื้อกิจการ ในปี ค.ศ. 2010

นอกจากนี้แล้ว เลสเตอร์ซิตียังเป็นเพียงไม่กี่สโมสรที่สัญลักษณ์ของสโมสรมีปรากฏชัดเจนตั้งแต่ก่อตั้ง คือ รูปของสุนัขจิ้งจอก อันเป็นที่มาของชื่อเล่นและฉายา เนื่องจากเมืองเลสเตอร์นั้นเป็นเมืองที่มีการล่าสุนัขจิ้งจอกเป็นประจำจนกลายเป็นขนบธรรมเนียมและประเพณีประจำเมือง

คู่แข่ง

สโมสรตั้งอยู่ในภาคมิดแลนด์สตะวันออกของอังกฤษ และถือว่าทีมคู่แข่งร่วมภูมิภาค ได้แก่ ดาร์บีเคาน์ตี และนอตติงแฮมฟอเรสต์ แต่ทีมที่ถือว่าเป็นคู่แข่งสำคัญ ดาร์บีเคาน์ตี ทุกครั้งที่พบกันนั้น จะไม่มีสโมสรใดยอมอ่อนข้อให้เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี ที่มันดุเดือด สนุกถูกใจแฟนบอล (ชิงชัย แข่งกันเป็นเจ้าแห่งมิดแลนด์ตะวันออก)

อีกหนึ่งทีม คือโคเวนทรีซิตี ที่ถึงแม้ว่าจะอยู่ในภาคมิดแลนด์สตะวันตก ซึ่งถือว่าอยู่คนละภูมิภาคกันและอยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็อยู่ห่างออกไปเพียง 24 ไมล์ หรือประมาณ 38.6 กิโลเมตร และทั้งสองเมืองเชื่อมต่อกันด้วยทางหลวงสาย M69 สื่อจึงมักขนานนามการแข่งขันระหว่างทั้งสองทีมว่า เอ็ม 69 ดาร์บี้แมตช์

สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตีในฤดูกาล 2015–16

ฤดูกาล 2015–16 เป็นฤดูกาลที่ 111 ในระบบฟุตบอลลีกอังกฤษและเป็นฤดูกาลที่ 48 อย่างไม่เป็นทางการในระดับสูงของฟุตบอลอังกฤษ. ฤดูกาลนี้เลสเตอร์ซิตีได้เข้าร่วมในพรีเมียร์ลีก ถือเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน เช่นเดียวกับ เอฟเอคัพ และ ลีกคัพ ฤดูกาลเริ่มต้นระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 ถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2016

โดยในฤดูกาลนี้ เลสเตอร์ซิตีสร้างปรากฏการณ์ที่สำคัญในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลระดับโลกและของสโมสร เนื่องจากได้แชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 132 ปี นับแต่ก่อตั้งสโมสรมา จนถูกเปรียบว่าเหมือนดั่งเทพนิยาย โดยก่อนเปิดฤดูกาล เลสเตอร์ซิตีได้ถูกร้านรับพนันอย่างถูกต้องตามกฎหมายของอังกฤษวางอัตราต่อรองที่จะได้แชมป์อยู่ถึง 5,000 ต่อ 1 แต่ผลงานโดยรวมในฤดูกาลนี้

ผู้เล่นทุกคนเล่นได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจมี วาร์ดี, ริยาด มาห์เรซ และเอ็นโกโล ก็องเต ทั้งที่ผู้เล่นเหล่านี้ไม่ถูกจัดว่าเป็นผู้เล่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังหรือมีค่าตัวสูงแต่อย่างใด ในขณะที่มีผู้จัดการทีมคนใหม่ คือ เคลาดีโอ รานีเอรี ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เลสเตอร์ซิตีขึ้นเป็นทีมนำอันดับหนึ่งในตารางคะแนนครั้งแรก และกลับมาเป็นทีมนำอีกครั้งในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 2016 ทั้งที่ในช่วงคริสต์มาสของฤดูกาลที่แล้ว

 เลสเตอร์ซิตีอยู่อันดับสุดท้ายของตารางคะแนน ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นด้วยซ้ำ และที่สุดก็คว้าแชมป์ไปได้ หลังจบการแข่งขันนัดที่ 36 ซึ่งเลสเตอร์ซิตีเสมอกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ไป 1-1 และต่อมา ทอตนัมฮอตสเปอร์เสมอกับเชลซี ที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ ไป 2-2 เนื่องจากทอตนัมฮอตสเปอร์ที่มีคะแนนตามเป็นที่สอง มีคะแนนห่างจากเลสเตอร์ซิตี 7 คะแนน โดยที่เหลือการแข่งขันอีกเพียง 2 นัด ซึ่งไม่สามารถไล่ได้ทันแล้ว  และทำให้ในฤดูกาลหน้า สโมสรได้ลงเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกอีกด้วย

เลสเตอร์ซิตีรับถ้วยแชมป์ในนัดที่ 37 จากการพบกับเอฟเวอร์ตัน ซึ่งเป็นการเล่นนัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้ที่สนามคิงเพาเวอร์สเตเดียม สนามเหย้าของสโมสร

ขอบคุณรูปภาพจาก : Google

สื่อที่เกี่ยวข้อง
ประวัติทีมบาร์เซโลนา
ประวัติทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้
ประวัติทีมอาร์เซนอล
ประวัติทีมลิเวอร์พูล
ประวัติทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ประวัติทีมเชลซี