ประวัติทีมฮกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโระ

สโมสรฟุตบอล ฮกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโระ (ญี่ปุ่น: 北海道コンサドーレ札幌; อังกฤษ: Hokkaido Consadole Sapporo) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น ปัจจุบันอยู่ในระดับเจลีก ดิวิชัน 1 โดยมีสนามเหย้าอยู่ที่เมืองซัปโปโระ จังหวัดฮกไกโด

ชื่อสโมสรคำว่า “คอนซาโดเล” นั้นมาจากคำว่า “คนซะโด” ที่แปลงมาจากการอ่านกลับหลังของคำในภาษาญี่ปุ่นว่า “โดซังโคะ” (道産子) ที่หมายถึง “ลูกหลานชาวฮกไกโด” ผสมกับคำว่า “โอเล” (Ole) ในภาษาสเปน

สนามเหย้า “ซัปโปโระโดม” ของสโมสรนั้นยังเป็นรังเหย้าของทีมเบสบอล ฮกไกโด นิปปอน-แฮม ไฟท์เตอร์ อีกด้วย ดังนั้น เกมเหย้าบางเกมจึงต้องย้ายไปใช้สนาม “ซัปโปโระ อัตสึเบ็ตสึ พาร์ก” แทน

ปัจจุบัน สโมสรมีผู้เล่นทีมชาติไทยมาค้าแข้งอยู่ด้วยคือ ชนาธิป สรงกระสินธ์

ประวัติ ฮกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโระ

ฮกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโระ

โตชิบา เอสซี (1935-1995)

คอนซาโดเล ซัปโปโระ เริ่มต้นจากการเป็นทีมองค์กรของบริษัทโตชิบาในชื่อ โตชิบา โฮริกาวะ โช ซอคเกอร์ คลับ มีรังเหย้าอยู่ที่เมืองคาวาซากิ จังหวัดคานางาวะ ใกล้กับกรุงโตเกียว ก่อนจะเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นฟุตบอลลีกอาชีพที่เทียบเท่ากับเจลีก ดิวิชัน 2 ในปัจจุบันในปี 1978 และเปลี่ยนชื่อมาเป็น โตชิบา ซอคเกอร์ คลับ ในปี 1980 และเลื่อนชั้นขึ้นสู่ JSL ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จในปี 1989 แต่เมื่อมีการก่อตั้งเจลีกในปี 1992 สโมสรมีคุณสมบัติไม่ผ่านที่จะเล่นในลีกสูงสุด จึงได้เล่นในลีกรองที่ชื่อ Japan Football League จนถึงปี 1995

สโมสรต้องการจะยกระดับไปเป็นทีมฟุตบอลอาชีพ แต่ในขณะนั้น เจ้าของบริษัทโตชิบามองว่าการจะให้เมืองคาวาซากิเป็นถิ่นฐานของทีมอาจจะไม่เหมาะนัก เพราะเมืองมีสโมสรเวอร์ดี คาวาซากิอยู่แล้วซึ่งกำลังอยู่ในยุครุ่งเรืองเช่นกันและการจะมีสองทีมใหญ่อยู่ในย่านเดียวกันถือเป็นเรื่องยาก จึงได้ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานของสโมสรไปที่เมืองซัปโปโระ

โดยทางการของเมืองซัปโปโระให้การต้อนรับอย่างเต็มที่เพราะกำลังสร้างสนามซัปโปโระโดมที่มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2001 ด้วยเหตุนี้ สโมสรจึงได้เปลี่ยนมือเจ้าของจากบริษัทโตชิบาไปสู่บริษัทสโมสรฟุตบอลฮกไกโดจำกัด (มหาชน) และเริ่มร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกอีกครั้งในฤดูกาล 1996 และแม้ปัจจุบัน โตชิบาจะไม่ได้มีผลประโยชน์ทางการเงินใด ๆ กับสโมสรแล้ว แต่สโมสรยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของการใช้สีแดง-ดำซึ่งเป็นสีของบริษัทโตชิบาเอาไว้ ทำให้สีประจำสโมสรไม่เปลี่ยนแปลงไป

คอนซาโดเล ซัปโปโระ (1996-)

คอนซาโดเล ซัปโปโระ เริ่มเล่นฟุตบอลลีกในระดับ JFL โดยใช้สิทธิ์ต่อจากโตชิบา เอสซีในฤดูกาล 1996 แต่ก็จบที่อันดับ 5 ไม่สามารถเลื่อนชั้นได้ แต่ในปีต่อมา สามารถคว้าแชมป์ JFL เลื่อนชั้นไปเล่นเจลีก ดิวิชัน 1สำเร็จ

ฤดูกาล 1998 คอนซาโดเล ซัปโปโระ ได้สัมผัสเกมเจลีกระดับสูงสุดเป็นฤดูกาลแรก แต่ก็จบที่อันดับ 14 จากทั้งหมด 18 ทีม ต้องไปเล่นเพลย์ออฟเพื่อหาทีมที่ต้องตกชั้นและได้เลื่อนชั้น และสโมสรก็พ่ายแพ้ให้กับวิสเซล โคเบะและอวิสปาฟูกูโอะกะในทั้ง 4 เกม จนกลายมาเป็นสโมสรแรกที่ต้องตกชั้นในประวัติศาสตร์ของเจลีก เพราะปีต่อมาเจลีกแบ่งออกเป็น 2 ดิวิชันพอดี คือ เจลีก ดิวิชัน 1 และ เจลีก ดิวิชัน 2 ทีตั้งขึ้นมาแทน JFL

ในปี 1999 สโมสรแต่งตั้งทาเกชิ โอกาดะ อดีตโค้ชฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นเป็นโค้ชประจำสโมสรโดยมีเป้าหมายเพื่อเลื่อนชั้นไปสู่ลีกสูงุดให้สำเร็จ แต่ก็จบที่อันดับ 5 และไม่สามารถเลื่อนชั้นได้ นับเป็นผลเสียหายอย่างมาก เพราะสโมสรได้ทุ่มเม็ดเงินไปมากมาย ส่งผลให้เป็นหนี้มากกว่า 3 พันล้านเยน (ประมาณ 1 พันล้านบาท) เสี่ยงต่อการล้มละลาย

ในปี 2000 สโมสรจึงดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวด เน้นใช้ผู้เล่นที่มาจากการยืมตัวเป็นหลัก และแผนการนี้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะสโมสรสามารถคว้าแชมป์เจลีก ดิวิชัน 2 และเลื่อนขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ แถมยังสามารถทำกำไรจากการดำเนินสโมสรได้เป็นครั้งแรก

ในปี 2001 สโมสรจบที่อันดับ 11 ในลีกสูงสุด แต่โค้ชทาเกชิ โอกาดะตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทีมเมื่อจบฤดูกาล แถมยังต้องเสียผู้เล่นสำคัญไปอีกหลายคน จนในปี 2002 สโมสรจบที่อันดับท้ายสุดของตาราง และตกมาอยู่เจลีก ดิวิชัน 2 อีกครั้งหนึ่ง

ในปี 2003 สโมสรพยายามกลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้งหนึ่งด้วยการลงทุนมหาศาล แต่ผลงานกลับไม่ดีอย่างที่ตั้งเป้าไว้ จบที่อันดับที่ 9 และกลายเป็นหนี้สูงถึง 3 พันล้านเยนอีกครั้ง จึงต้องมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ รวมถึงการปล่อยผู้เล่นที่ค่าจ้างสูงอย่างยัตสึยูกิ คนโนะออกจากสโมสร ผลพวงจากการรัดเข็มขัดครั้งใหญ่ทำให้ทีมจบที่ท้ายตารางของเจลีก ดิวิชัน 2 ในปี 2004 แต่สถานการณ์ทางการเงินดีขึ้นเพราะเหลือหนี้ต่ำกว่า 100 ล้านเยน

ในปี 2005 และ 2006 สโมสรจบที่อันดับ 6 และปี 2007 สามารถคว้าแชมป์ลีกรองได้ และเลื่อนขึ้นขึ้นสู่เจลีก ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จ แต่ก็ต้องกลับสู่เจลีก ดิวิชัน 2 อีกครั้งเมื่อไม่ประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2008 กลายเป็นทีมที่ตกชั้นเป็นจำนวนครั้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของลีก

ในปี 2011 ทีมจบที่อันดับ 3 ของลีกรอง และเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด แต่ก็ต้องตกชั้นอีกครั้งในปีต่อมา ด้วยผลงานที่ไม่น่าประทับใจนัก คือ การเสียประตูต่อเกมมากที่สุด ได้แต้มต่อหนึ่งเกมน้อยที่สุด และอัตราการแพ้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเจลีกหลังจากผ่านไปแค่ 27 นัด[8] นับว่าเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังที่สุดในลีกสูงสุดของสโมสร

แต่ในปี 2016 ทีมสามารถคว้าแชมป์ลีกรอง และเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นเจลีก ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จในฤดูกาล 2017 และได้ทำสัญญายืมตัวกับผู้เล่นไทยอย่างชนาธิป สรงกระสินธ์ มาจากสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เป็นผู้เล่นไทยเพียงไม่กี่คนที่ได้มาค้าแข้งในลีกสูงสุดของญี่ปุ่น

เกียรติยศ

โตชิบา เอสซี

  • แชมป์ All Japan Senior Football Championship: 1977
  • แชมป์ Japan Soccer League Division 2: 1979,1988-89
  • แชมป์ Japan Soccer League Cup: 1981 (แชมป์ร่วมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์)

คอนซาโดเล ซัปโปโระ

  • แชมป์ Japan Football League: 1997
  • แชมป์ เจลีก ดิวิชัน 2: 2000, 2007, 2016

ขอบคุณรูปภาพจาก : Google

สื่อที่เกี่ยวข้อง : ประวัติทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ประวัติทีมเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด
ประวัติทีมการท่าเรือ
ประวัติทีมชลบุรี
ประวัติทีมเบิร์นลีย์
ประวัติทีมวีแกนแอทเลติก
ประวัติทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด
ประวัติทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ประวัติทีมบาเยิร์นมิวนิก
ประวัติทีมปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง
ประวัติทีมอัตเลติโกมาดริด
ประวัติทีมยูเวนตุส
ประวัติอินเตอร์ มิลาน
ประวัตินิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
ประวัติเอซี มิลาน
ประวัติเอฟเวอร์ตัน
ประวัติเลสเตอร์ซิตี้
ประวัติท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์